Recapturing the S O U N D S

Tuesday Evening
3 min readNov 23, 2022

เ สี ย ง สะท้อนจากปลาเหยื่อไร้แสง

by Janjira Chintanalert

“เมื่อผู้คนเปล่งเสียงในภาษาของตนเอง มีเพียงร่างกายของตนเองเท่านั้นที่จะหยั่งรู้ได้ถึงสัมผัสอันกระเด็นกระดอนของ เ สี ย ง ภายใต้เนื้อหนังมังสา”

— วรรคหนึ่งจาก S O U N D S inside the anglerfish t a n k

บทความนี้ไม่ใช่การวิจารณ์งานศิลปะการแสดงแบบมีส่วนร่วม Interactive Exhibition: ‘S O U N D S inside the anglerfish t a n k’ ที่จัดไปเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2022 ณ _______ space (พื้นที่ว่างข้างบน Be_____ep books and bar) แต่คือการบันทึกเพื่อสะท้อนคิดต่อจากประสบการณ์การเข้าร่วมและสร้างสรรค์พื้นที่จำลองแท็งก์สีดำนี้, เพื่อเปิดประเด็นในการตั้งคำถามต่อถึง ที่มา… และ ที่ไป…ในการเกิดขึ้นของนิทรรศการ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์บนพื้นที่จัดแสดง, เพื่อสะท้อนให้เห็น ‘ความเป็น’ และความเกี่ยวโยงกันทางสังคม พื้นที่ ผู้คน ร่างกาย และหลายสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

…แท็งก์สีดำไม่ใช่ใต้ทะเลลึกของจิตไร้สำนึกแห่งเจตจำนงเสรี หากแต่เป็นเพียงแอ่งน้ำตื้นที่สะท้อนดวงจันทร์บ้าใบ้ มืดบอด ไร้แสงในตนเอง…

ด้วยความตั้งใจแรกที่จะจัดสรรค์พื้นที่ที่รองรับ เ สี ย ง ที่ไม่ได้สะท้อนจากสิ่งอื่นใดภายนอก แต่จากภายใต้เนื้อหนังมังสาของหนึ่งร่างกายในห้วงเวลาที่อาทิตย์อัสดงลงไปแล้ว เรามีความคาดหวังในใจว่า เมื่อไม่มีแหล่งพลังงานแสงจากสิ่งอื่น เหล่าปลาแองเกลอร์จะได้เปล่งแสงเจิดจรัสจากภายในตัวเองบ้างเสียที อุปมาของแสงในตนเหล่านั้นคือ เ สี ย ง จากร่างกายที่ปะทุแยกจากการกดขี่ทั้งมวลในโลกของภาษา ผ่านการ กรีดร้อง ตะโกน ทำเสียงที่ไม่เป็นภาษา ฯลฯ บนพื้นที่ของนิทรรศการศิลปะการแสดงแบบมีส่วนร่วม

หากสุดท้ายแล้ว แท็งก์สีดำกลับกลายเป็นพื้นที่ของการจำลองโลกแห่งการกดขี่เสียเอง ไม่มีเสียงกรีดร้อง ตะโกน ทำเสียงที่ไม่เป็นภาษา ฯลฯ ในห้วงเวลาของความเงียบงัน แต่กลับอัดแน่นไปด้วยท่วงท่าและทำนองที่สะท้อนผันตามคำสั่งการของสมาชิกวงดนตรีผู้ร่วมแสดงในเวลาต่อมา ไม่มีการรวมตัวปะปนกันของผู้ร่วมแสดงทั้งที่พื้นที่เอื้ออำนวย แต่พื้นที่หน้าตาเหมือนเวทีของการสถาปนาตนเป็นผู้แสดงและผู้รับฟังทำตามคำสั่งถูกจัดแจงเกิดขึ้นเองจนเป็นอัตโนมัติ ผู้ชมล้อมวงกันอยู่รอบๆ วงดนตรีผู้ถือไมค์เปล่งเสียงนำกันอยู่ตรงกลางตามหน้าที่ สั่งให้ลุก สั่งให้นั่ง เดินเป็นวงกลม เปล่งเสียง กระโดดโล่ดเต้น นี่หรือที่ผู้คนเรียกกันว่าการปลดปล่อย?

จากที่ตั้งใจจะจำลองพื้นที่แห่งไร้สำนึกกับการปลดปล่อยทำลายล้าง กลับกลายเป็นว่าเราได้ผลิตผลเป็นชิ้นงานผลิตซ้ำสุดคลิเช — นิทรรศการเชิงทดลองสะท้อนสังคม

…แต่หากไร้ซึ่งแสงอาทิตย์แล้ว จะมีแสงสะท้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร แ ส ง จึงน่าจะมีอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ไกลออกไป แต่ไม่ใช่ในแอ่งน้ำตื้นเขินนี้…

ช่วงที่สองของการร่วมแสดง เมื่อวงดนตรีเข้าสู่พื้นที่ เหตุการณ์กลับตาลปัตรเป็นว่ามีเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งสถาปนาตนเป็นสถาบัน เพื่อสถาปนาอำนาจเป็น แ ส ง ล่อ เ สี ย ง สะท้อน ในแอ่งน้ำแห่งนั้น มีกลุ่มคนปลอมตัวเป็นปลาแองเกลอร์ตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ส่วนตัวละครที่เหลือเป็นเพียงปลาเหยื่อผู้หลงไหลในแสงไฟตกเบ็ดนั่น

…แ ส ง เมื่อไม่ได้รับการตกกระทบจะยังเป็นแสงอยู่หรือไม่? เ สี ย ง เมื่อไม่ได้มีการเด้งสะท้อนกลับ มันจะยังดังให้ใครได้ยิน? ไม่ว่าปลาเหล่านั้นจะเป็นปลาเหยื่อหรือปลาแองเกลอร์ มันก็ยังคงเป็นร่างกายที่มีชีวิต รอรองรับการตกกระทบ เพื่อสะท้อนกลับ…

ความโกรธเคืองอันท้วมท้นของเราฝุดขึ้นอย่างชัดเจนหลังนิทรรศการสิ้นสุดลง ทำไมผู้ร่วมแสดงถึงไม่แสดงตนเป็นปลาแองเกลอร์? และทำไมสำหรับผู้ถือไมค์ การสถาปนาตนเป็นสถาบันถึงง่ายดายเพียงนั้น? มันเป็นคำถามถกเถียงกันมานานในโลกของศิลปะการแสดง ที่อีกครั้ง เป็นนัยยะที่สะท้อนโลกข้างนอก และทำไมกัน บนที่ทางของการจัดแสดงงานศิลปะไม่ว่าในแขนงไหน ถึงจะต้องผลิตซ้ำทำตามสร้างกรอบของขนบ ทำไมผู้เข้าชมถึงเป็นเพียงผู้รับสาร รับมอบบทบาทเป็น The Spectator (โดยอัตโนมัติราวกับร่างกายรู้หน้าที่เมื่อวางตนบนพื้นที่) และผู้แสดงก็เป็นผู้ส่งสารอยู่ล่ำไป

ขณะเดียวกันกับที่การนำชิ้นงานแสดงมาบรรจุลงในแนวคิด, อุดมการณ์, หรืออุดมคติอะไรบางอย่าง หลายๆครั้งกลับตรงกันข้ามกับคุณค่าที่ตัวศิลปินผู้ผลิตผลงานยึดถืออยู่โดยสิ้นเชิง (ตัดสินได้จากการกระทำ)

แนวคิดต่างๆนานาที่นับวันจะยิ่งแยกขาด ขนานจนบรรจบกันไม่สนิทกับการกระทำขึ้นทุกทีในโลกที่เผด็จการทางข้อมูลมีอิทธิพลเหนือโลกของผัสสะและร่างกาย อย่างน้อยๆมันก็แสดงให้เห็นว่าการสถาปนาอำนาจเหนือนั้นสามารถแปรผัน ลื่นไหล และยังคงอยู่เสมอในการดำรงอยู่เป็นสังคมของมนุษย์เรา นอกกรอบของการกล่าวอธิบาย นอกเหนือการพร่ำบอกว่าฉันมีแนวคิดแบบไหน นอกเหนือการเล่าขานที่มา.. และ ที่ไป…ของการกระทำการบางอย่าง นอกเหนือการพูดพร่ำตกแต่งสร้างเรื่องราวให้ร่างกายเปล่าๆ

…ในความเงียบงัน ‘ความเป็น’ แสดงตนแจ่มจัด กู่ก้อง ชัดเจน…

การจัดการใช้ข้อมูลในยุคปัจจุบันมีบทบาทอย่างไรกับผู้คนในสังคม? ขณะที่ความชินชากับตำแหน่งแห่งฐานของการเป็นผู้กดขี่และผู้ถูกกดขี่ — เรื่องราวของปลาเหยื่อ กับ ปลาแองเกลอร์ ยังคงถูกฉายซ้ำวนลูปอยู่ในโรงละครแอ่งน้ำตื้นสะท้อนจันทร์ที่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์อีกที

… ____________________________ …

อันที่จริง ความโกรธเคืองของเรามันประทุออกมาปะปนกับเสียงกรีดร้องของตัวเองตั้งแต่ช่วงแรกของการจัดแสดงแล้ว (ที่ผู้จัดแสดงกริ๊ดกันเองอยู่สองคน และผู้เข้าชมยืนดูอยู่นอกกรอบพื้นที่สีดำ ราวกับที่นั่นเป็นที่ทางของ performance art — อีกเช่นเคย พื้นที่ของความเหลื่อมล้ำทางอำนาจฟอร์มตัวเองโดยอัตโนมัติ) ความโกรธต่อความจริงของโลกข้างนอก ทะลักปนเปไปกับความโกรธเคืองที่เหตุการณ์บนพื้นที่นิทรรศการไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้แต่แรก ความโกรธเหล่านั้นอาจสะท้อนให้เห็นว่าตัวเราในบทบาทผู้จัดแสดงเองอาจกำลังพยายามจัดแจงที่มา…และที่ไป…ให้เข้าที่เข้าทางตามเรื่องราวที่เราหวังจะสร้าง เพื่อจะสถาปนามันให้เป็นอีกหนึ่งอำนาจ

… ____________________________ …

และแม้กระทั่งการบันทึกเพื่อสะท้อนคิดนี้ ก็อาจเป็นการส่งเสียงเพื่อสถาปนาอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งอีกเช่นกัน

… ____________________________ …

คือการกรีดร้องอย่างเป็นอนาธิปไตย

…ภายใต้ทะเลลึกที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง มีปลาอื่น พวกมันยังคงแหวกว่าย ไร้แสงล่อเหยื่อ ไร้ทิศทาง แต่มีชีวิต…

--

--

Tuesday Evening

Poet Wannabe, Post-consumerist Practitioner, Sense Experimenter, & the Devil’s Advocate. Trying to merge all into my pieces here.